|
บรรยากาศร่มรื่น ชุ่มฉ่ำของสายน้ำและสายน้ำใจ
เล่นน้ำ สนุกสนาน เพลิดเพลิน เจริญใจ
มิตรภาพอันแสนอบอุ่น น่าประทับใจแก่ผู้มาเยือน
สุขใจเมื่อได้มา กลับไปก็คิดถึง
เพื่อนที่ดีที่สุดคือ ดนตรี
มุมผ่อนคลาย
สั่งกับข้าวหน้าครัว
บรรยากาศในครัว
ระเบียงหน้าท่า และ ห้องริมน้ำ
มีชิงช้านั่งเล่นด้วย
เด็ก ๆ เลือกห่วงยาง เตรียมเล่นน้ำ
ผมได้ห่วงยางแล้ว
บ้านดินริมน้ำ
รอบกองไฟ
ระหัดหมุนได้อย่างไรนะ ?
ได้เวลากลับแล้วซิ !
มุมสังสรรค์ หลากหลายบรรยากาศ ที่แพต้นน้ำ
ไม่ได้ตั้งคำถามนะครับ แต่ต้องการแสดงความคิดเห็น และระบายความในใจให้ทราบ ผมเคยไปพักที่แพต้นน้ำเมื่อ 7 ปีที่ผ่านมา หลังจากนั้นก็ไปพักบ้าง กินข้าวบ้าง ปีละหลายครั้ง ที่ชอบก็คือ ที่แพต้นน้ำมีมุมสังสรรค์ หลากหลายบรรยากาศ ไปถึงกินข้าวแล้ว หาที่นั่งเล่น เดินเล่น หรือจะนอนเล่นริมฝั่งน้ำละตะคอง ก็สบายดี ไม่มีใครว่า ร้อนหน่อยก็ลงเล่นน้ำแร่ ให้ตาสว่าง ก่อนกลับบ้าน ไปกินข้าวแต่ละครั้งก็อยู่เป็นครึ่งวัน ที่ว่ามีมุมสังสรรค์หลากหลายบรรยากาศ ก็เพราะไปที่แพต้นน้ำบ่อย ชอบเดินสำรวจความเปลี่ยนแปลง แล้วก็เห็นว่า มีมุมแปลกใหม่เกิดขึ้นทุกปี อย่างเมื่อ 7 ปีที่แล้ว จุดที่ทุกคนมาแล้วต้องลงไปนั่งก็คือ แพไม้ไผ่ขนาดใหญ่กลางต้นน้ำลำตะคอง แต่มาถึงปีนี้ เขาเปลี่ยนจากแพขนาดใหญ่ เป็นแพเล็ก 3 แพ แต่ละแพนั่งได้ 6 คน ลากจูงขึ้นลงได้ กินข้าวไปก็เล่นน้ำไป เหมาะสำหรับครอบครัว และกลุ่มเพื่อนฝูงที่ชอบเล่นน้ำธรรมชาติ ขึ้นมาจากแพ ก็เป็นที่นั่งสำหรับคนที่ชื่นชอบการทำงานของระหัดวิดน้ำภูมิปัญญาไทย ที่สืบทอดกันมานานนับร้อยปี เขตต้นน้ำละตะคอง โดยเฉพาะในตำบลขนงพระ เดิมมีระหัดวิดน้ำเข้านาไม่ต่ำกว่า 200 จุดแต่เดี๋ยวนี้ไม่น่าจะมีถึง 10 จุด เพราะถึงแม้จะใช้แต่พลังน้ำในการหมุนระหัดวิดน้ำเข้านา ไม่ต้องใช้พลังไฟฟ้า แต่ค่าบำรุงรักษาก็เป็นเรือนหมื่นต่อปี นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ระหัดวิดน้ำภูมิปัญญาไทยกำลังจะสูญหายไป ประโยชน์ที่สำคัญอย่างหนึ่งที่คนทั่วไปคิดไม่ถึงก็คือ เสียงที่เกิดจากการเสียดสีของระหัด เพราะเสียงของระหัดในเขตต้นน้ำลำตะคอง คือดนตรีชิ้นเอกที่คอยกล่อมคนที่ปลูกข้าวให้เรากิน ช่วงนอนพักเที่ยงยามเหนื่อยล้า เป็นเสียงไพเราะที่ทำให้ชาวนาเมื่อกว่าร้อยปีที่แล้ว ต้องมานอนฟังทุกวัน แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเห็นในประเทศไทย หรือจะบอกว่า เป็นหนึ่งเดียวในโลกก็ได้ คือที่แพต้นน้ำ เขาสร้างบ้านพักไว้บนระหัดวิดน้ำ ขึ้นไปดูห้องนอน ก็เหมือนกระท่อมไม้โกโรโกโส ตามสภาพของเสาระหัดที่คดงอ แต่เครื่องนอน มุ้งหมอนสะอาด เรียบร้อยดี สำคัญที่ระเบียงรอบบ้าน มองเห็นได้ทั้งวิวน้ำลำตะคองและเขาใหญ่ เหมาะสำหรับการดื่มด่ำธรรมชาติกับเพื่อนซี้ไม่เกิน 4 คน หรือครอบครัว ขื้นมาอีกหน่อย เป็นจุดที่ชื่นชมฝั่งต้นน้ำลำตะคองได้อย่างทั่วถึง สำหรับคณะที่มากินข้าว 20 -30 คน มีที่กิน ที่นั่งเล่น ที่นอนและที่เล่นน้ำธรรมชาติครบ ขื้นไปอีก 3 ขั้นบันได เป็นโต๊ะอาหารต่างระดับ 2 ชั้น บรรยากาศเป็นส่วนตัว รับคนได้ 1 โหลพอดี มีมุมสงบติดริมน้ำลำตะคอง แค่เดินลงท่าน้ำเลี้ยวขวาก็เจอ กินข้าว นอน เล่นน้ำ ล่องแพ แล้วแต่จะคิดหาความสุข โผล่ขึ้นไปบนบ้านระเบียงริมน้ำ ดูทางเข้าเหมือนสลัม เพราะทางเดินค่อนข้างแคบ แถมมีห้องน้ำมาโชว์อยู่ตรงทางเข้า แต่ห้องนอนสบายมาก เปิดม่านออกมามองเห็นต้นน้ำลำตะคองเต็มตา และถ้าเปิดประตูออกไปนั่งตรงระเบียง คุณจะเข้าใจว่า โอ้...สวรรค์มีจริง มีเรือนหลังใหญ่ ดูแล้วคงสร้างด้วยเงินหลายล้านบาท เพราะโครงสร้างมั่นคง แน่นหนา ไม้เครื่องและไม้พื้น เป็น ประดูแดง ตะเคียนทองและไม้มะค่า แต่เขาตั้งชื่อว่า"เรือนเศษไม้"เอาไว้ให้แขกเดินเล่น และเป็นที่พักผ่อนชั่วคราวของแม่ยายเจ้าของสำหรับชั้นล่าง ส่วนชั้นบนมีเต้นท์นอนไม่เกิน 15 คน อยากดูเขาหันไปทางขวา ถ้าจะดูน้ำหันไปทางซ้าย แล้วจะสบายใจ ทีนี้มาถึงจุดสุดยอดของพระเจ้าจอร์จ บ้านหอดูดาว มาถีงแพต้นน้ำแล้วอยากจะรู้ว่า สวรรค์และนรกมีจริง ก็ขึ้นไปนั่งเล่นชั้นบนสุดของ บ้านหอดูดาว ที่สำคัญ ต้องขอเตือนคือ ที่แพต้นน้ำ เขาใช้ระบบบริการตัวเอง ทำอาหารช้าเพราะต้องวิ่งไปเก็บผักสดในไร่ที่ปลูกเอง เครื่องแกงก็ตำเอง จะไปกินข้าว หรือต้องการที่พัก ต้องจองล่วงหน้า ไม่งั้นจะเสียบรรยากาศ ทั้งผู้ให้และผู้รับบริการ
|